กำจัดขนอย่างปลอดภัยด้วย 3 เทคโนโลยีความยาวคลื่น นวัตกรรมล่าสุด

  นวัตกรรมทางเลเซอร์กำจัดขน Diode Plus Technology เลเซอร์กำจัดขนรักแร้ กำจัดขนขา กำจัดขนแขน กำจัดขนบิกินี่ กำจัดขนหนวด กำจัดขนอ่อนบนใบหน้า กำจัดขนรักษาขนคุด เผยผิวเรียบเนียนเกลี้ยงเกลาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยเลเซอร์ 3 เทคโนโลยีความยาวคลื่น จึงสามารถลงลึกในทุกระดับของรากขนแบบถอนรากถอนโคน และครอบคลุมสีขนและความหนาของเส้นขนได้อย่างเหนือชั้น เส้นขนบางก็ทำได้ พร้อมป้องกันการกลับมาของเส้นขนใหม่ ลงลึกกำจัดขนถึงรากขน รักษาอาการขนคุดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยความยาวคลื่นที่ครอบคลุม จึงเจ็บน้อยกว่า ใช้จำนวนครั้งที่น้อยกว่า เผยผิวเรียบเนียนได้ไวกว่า และปลอดภัยกับทุก Skin type และ Hair type ของคุณ

หากวันนี้คุณกำลังมองวิธีการกำจัดขนด้วยเลเซอร์ และยังตัดสินใจอยู่ว่าจะเลือกเทคโนโลยีหรือความยาวคลื่นใหน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ตอบโจทย์ life style ของคุณ วันนี้ BAC ขอนำเสนอทางเลือกในการกำจัดขนให้กับผู้เข้ารับบริการ ด้วยการพัฒนาในด้านเทคโนโลยีพลังงานเลเซอร์เพื่อความงามที่มีอยู่อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้มี เทคโนโลยีการกำจัดขนด้วยเลเซอร์แบบใหม่ที่นำเอาคลื่นพลังงานทั้ง 3 ชนิด ไม่ว่าจะเป็น Alexandrite laser, YAG Laser และ Diode Laser มารวมเข้าไว้ด้วยกันและปล่อยคลื่นพลังงานออกมาพร้อมกันในขณะที่ทำเลเซอร์ขน ทำให้มีประสิทธิภาพและความปลอดภัยแม่ในผู้ที่มีผิวค่อนข้างคล้ำ สามารถกำจัดเส้นขนได้ครอบคลุมทุกระดับของเซลล์รากขนใต้ชั้นผิว และช่วยให้ผิวเรียบเนียนได้อย่างปลอดภัยยิ่งกว่าเดิม บอกลาปัญหาเส้นขนกวนใจ ให้คุณมีผิวเรียบเนียนได้นานเท่านานเลยละค่ะ

Diode laser 755 nm

เป็นคลื่นพลังงานเลเซอร์แบบพัลส์ยาวที่มีช่วงความยาวคลื่นอยู่ที่ 755 nm ซึ่งเป็นช่วงความยาวคลื่นที่เม็ดสีเมลานินสามารถดูดซับแสงได้ดีมากถึงผิวหนังชั้นในส่วนลึก (deep dermis) สามารถดูดซับแสงได้สูงกว่า ไดโอด 808 ประมาณ 25% และ Nd:YAG (1064 nm) ประมาณ 60% จึงเป็นเลเซอร์ที่มีประสิทธิภาพในการกำจัดขน และ เนื่องจากสามารถดูดซับเมลานินได้สูง จึงเหมาะกับ skin type I-V หรือผู้ที่มีสีผิวค่อนข้างขาวสีผิวน้ำผึ้ง สีขนสีอ่อน ซึ่งความยาวคลื่นนี้ไม่เหมาะในการนำไปใช้ในผู้ที่มีผิวคล้ำมาก (skin type V-VI) เนื่องจากมีเม็ดสีเมลานินในหนังกำพร้ามาก ซึ่งจะแย่งจับกับพลังงานจากเลเซอร์ทำให้พลังงานทะลุลงมาถึงรากขนได้น้อย ไม่เพียงพอต่อการทำลายและอาจทำให้เกิดผิวไหม้อีกด้วย แต่อย่างไรก็ตามจากการศึกษาประสิทธิภาพของ 755 nm diode laser เทียบกับ 755 nm alexandrite laser ในกลุ่มตัวอย่าง skin types III-IV ซึ่งมีผิวคล้ำพบว่าไม่แตกต่างกัน และมีความปลอดภัย และเนื่องจากความยาวคลื่นสั้นกว่าช่วงอื่นๆ จึงสามารถกำจัดขนที่รากฝังตัวอยู่ตื้นๆเช่น ขนคิ้ว ขนเหนือริมฝีปากบน ขนอ่อนบริเวณใบหน้า เป็นต้น

Diode laser 808 nm

ความยาวคลื่นของไดโอดเลเซอร์ส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วง 800-810 นาโนเมตร ความยาวคลื่นในช่วงนี้จะดูดซับแสงได้น้อยกว่า alexandrite laser ประมาณ 25% (แสดงในรูปที่ 1) และด้วยความยาวคลื่นที่มากกว่า จึงสามารถทะลุลงผิวหนังได้ลึกกว่า จึงอาจทำให้รู้สึกเจ็บกว่าการรักษาด้วย alexandrite laser ไดโอดเป็นเลเซอร์ที่เหมาะกับเกือบทุก skin type โดยสามารถดูดซับแสงได้สูงกว่า 1,064 nm ประมาณ 40% จึงมีประสิทธิภาพในการกำจัดขนได้สูงกว่า แต่อย่างไรก็ตามไดโอดเลเซอร์ เป็นเลเซอร์ที่เหมาะสำหรับคนที่มีผิวขาวไปจนถึงผิวสีกลางๆ ไม่เหมาะจะใช้ในผู้ที่ผิวคล้ำมากหรือมีผิวสีแทน เพราะอาจเกิดรอยไหม้ได้ ซึ่งในกลุ่มนี้ควรเลือกใช้ Nd:YAG (1064 nm) จากการศึกษาที่ผ่านมา พบว่าหลังจากทำต่อเนื่องหลายครั้งสามารถกำจัดขนในระยะยาวได้ประมาณ 30-60% ใน skin type I-V และมากถึง 75-90% เมื่อทำต่อเนื่อง 7-10 ครั้ง เนื่องจากความยาวคลื่นลงได้ในระดับความลึกกลางๆ สามารถเข้าจับเนื้อเยื่อเป้าหมายบริเวณ hair bulb และ bulge ของต่อมรากขน จึงเป็นความยาวคลื่นที่เหมาะสมในการกำจัดขนบริเวณ แขน ขา แก้ม หนวด ไม่เหมาะกับการทำที่ผิวหน้าหรือในบริเวณเล็ก ๆ ที่ต้องการความละเอียด

Nd:YAG 1,064 nm

เป็นช่วงความยาวคลื่นที่แสงสามารถทะลุลงไปใต้ผิวหนังได้ลึก แต่เมลานินจะดูดซับแสงได้น้อยที่สุดเมื่อเทียบกับเลเซอร์ระบบอื่นๆ ที่ได้กล่าวมาข้างต้น ดังนั้น Nd:YAG จึงเหมาะกับผู้ที่มีผิวคล้ำ เนื่องจากมีโอกาสเกิดผิวไหม้น้อยที่สุด แต่อย่างไรก็ตาม เนื่องจากมีช่วงความยาวคลื่นที่สามารถลงไปในระดับที่ลึกที่สุดของต่อมรากขน ดังนั้นจึงเหมาะกับการกำจัดขนที่รากฝังลงในระดับลึก เช่นบริเวณ รักแร้ บิกินี่ โดยสามารถกำจัดขนได้ประมาน 40-80% เมื่อทำต่อเนื่องหลายครั้ง การเพิ่มระดับพลังงานส่งผลให้ประสิทธิภาพในการกำจัดขนดียิ่งขึ้นในกลุ่มผู้ที่มีผิวขาว แต่ในผู้ที่มีผิวคล้ำไม่ได้แตกต่างกันมากนัก

หลักการทำงานของเลเซอร์

  ปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการกำจัดขนนั้น ได้แก่ ความยาวคลื่นแสง (wavelength), พลังงาน (fluence), ช่วงเวลาปล่อยแสง (pulse duration) และ ขนาดลำแสง (spot size) เป้าหมายของการยิงเลเซอร์คือ ต่อมรากขน (hair follicle) หากการทำลายเป็นไปอย่างสมบูรณ์ก็จะไม่มีเส้นขนงอกกลับขึ้นมาใหม่อีก แต่อย่างไรก็ตาม เนื่องจากการทำการของเลเซอร์จะจำเพาะไปที่ตัวดูดแสง (chromophore) และเนื้อเยื่อเป้าหมายไม่สามารถดูดแสงเองได้ ดังนั้นการทำลายต่อมรากขน จึงต้องอาศัยความร้อนที่กระจายมาจากตัวดูดแสง ซึ่งตัวดูดแสงหลักในการกำจัดขนคือเมลานินในเส้นขน ซึ่งโดยทั่วไปจะสามารถดูดซับพลังงานแสงในช่วง 600-800 nm ได้ดีมาก แสงในช่วงนี้จึงให้ผลลัพธ์ที่ดีในการกำจัดขน แต่ในกลุ่มผิวสีเข้มซึ่งมีเม็ดสีเมลานินหนาแน่นในชั้นหนังกำพร้า ทำให้แย่งจับกับแสงเลเซอร์ ทำให้ แสงทะลุลงมาถึงรากขนน้อย ไม่เพียงพอต่อการทำลายและยังอาจส่งผลให้ผิวไหม้ ในกลุ่มนี้จึงควรใช้แสงที่มีความยาวคลื่นที่ยาวขึ้น และใช้พลังงานที่สูงขึ้น ดังนั้นโดยทั่วไปในการกำจัดขนจะใช้ช่วงความยาวคลื่นระหว่าง 650 -1100 nm ซึ่งนอกจากนี้ การเลือกความยาวคลื่นแสงในการกำจัดขนยังขึ้นอยู่กับสีผิวและสีของเส้นขนอีกด้วย ซึ่งความยาวคลื่นที่อยู่ในช่วงที่สามารถกำจัดขนได้แก่ ruby (694 nm), alexandrite (755 nm), diode (810 nm), และ Nd:YAG (1064 nm)

รูปที่ 1 ค่าสัมประสิทธิ์การดูดซึมเมลานิน (Hair Reduction with Lasers | Plastic Surgery Key, 2016)

  เนื่องจาก สีผิว สีของเส้นขน ส่งผลต่อการเลือกใช้ความยาวคลื่น ซึ่งต้องมีความจำเพาะเจาะจง เป็นเรื่องสำคัญมากที่ควรใช้ความยาวคลื่นในการจำกัดขนที่ครอบคลุม เพราะจะส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการรักษา โดยควรเลือกใช้เลเซอร์ที่สามารถกำจัดเส้นขนได้ทุก Skin type และ hair type เช่น Long-pulse alexandrite laser เหมาะที่จะใช้กำจัดขนในผู้ที่ skin type I-V หรือผู้ที่มีสีผิวค่อนข้างขาว สีขนสีอ่อน, Diode 808 ซึ่งเป็นช่วงความยาวคลื่นที่เมลานินสามารถดูดซับแสงได้น้อยกว่าช่วง alexandrite ประมาณ 25% ด้วยเหตุที่สามารถทะลุลงใต้ผิวหนังได้ลึกกว่า จึงอาจก่อให้เกิดความเจ็บขณะทำการรักษาได้มากกว่า ซึ่งเลเซอร์ไดโอด ไม่เหมาะกับการใช้กำจัดขนในผู้ที่ผิวคล้ำมาก skin type V-VI เพราะจะทำให้เกิดรอยผิวไหม้หรือ รอยขาวได้ง่าย แต่อย่างไรก็ตาม Nd:YAG (1,064 nm) ซึ่งเป็นช่วงความยาวคลื่นที่สามารถทะลุลงไปใต้ผิวหนังชั้นลึก แต่เมลานินดูดซับแสงใด้น้อยที่สุดเมื่อเทียบกับระบบอื่นๆที่กล่าวมา ดังนั้นจึงเหมาะกับผู้ที่มีผิวคล้ำเพราะมีความเสี่ยงน้อยสุดต่อการเกิดผิวไหม้ โดยเมื่อใช้พลังงานที่สูงขึ้นในกลุ่มผู้ที่มีผิวขาวสามารถกำจัดขนได้มากขึ้น แต่ในกลุ่มผู้ที่มีผิวคล้ำไม่ได้เพิ่มประสิทธิภาพมากนัก

ระยะของขนที่เหมาะต่อการกำจัดด้วยเลเซอร์ จะเป็นเส้นขนในระยะเติบโต (early anagen)

รูปที่ 2 แสดงวงจรชีวิตของเส้นขน 3 ระยะ

  เนื่องจากเส้นขนในแต่ละบริเวณอยู่ในระยะที่แตกต่างกัน จึงมีอายุไม่เท่ากัน ซึ่งมีทั้งหมดด้วยกัน 3 ระยะ (รูปที่ 2) ได้แก่ ระยะเติบโต (anagen) , ระยะเสื่อมสภาพ (catagen) และ ระยะพัก (telogen) ด้วย ระยะ Anagen เป็นระยะที่เส้นผมเจริญเติบโตมี มีเส้นเลือดมาเลี้ยง มีลักษณะเป็นกระเปาะซึ่งประกอบด้วยเซลล์เม็ดสี และมีรากที่พร้อมจะสร้างขนใหม่ ช่วงนี้มีระยะเวลาประมาณ 3-8 ปี พบร้อยละ 85 – 90% ของเส้นผมทั้งศีรษะโดยการทำเลเซอร์ขนควรทำในช่วงแรกของการเจริญเติบโตของเส้นขน (early anagen) เพราะกระเปาะรากขนขึ้นมาอยู่ในระยะตื้นที่สุด ทำให้แสงทะลุลงมารากขนได้ง่ายกว่าปกติ ซึ่งแตกต่างกับเซลล์ที่กะเปาะรากขนในระยะพัก ซึ่งถึงแม้จะอยู่ในระดับที่ตื้น แต่เนื่องจากไม่มีเม็ดสีเมลานิน ทำให้การดูดแสงได้น้อยลง ซึ่งไม่เพียงพอในการกำจัดขน
   โดยการใช้เลเซอร์กำจัดขนจะสามารถชะลอการงอกของเส้นขน จากพลังงานความร้อนไปมีผลเปลี่ยนวงจรชีวิตของเส้นขนให้เข้าสู่ระยะเสื่อมสภาพ (catagen) หรือ ระยะพัก (telogen) โดยระยะปลอดขนจะยาวนานเท่าไรขึ้นกับแต่ละบุคคล แต่ขนที่กลับงอกขึ้นมาใหม่จะมีขนาดเล็กลง และสีอ่อนลง


ขั้นตอนการทำ ไดโอดเลเซอร์
  1. ทำการเล็ม หรือโกนบริเวณที่ต้องการกำจัดขนออกก่อน
  2. เช็ดเพื่อทำความสะอาดผิวในบริเวณดังกล่าว
  3. ทาเจลเย็นเพื่อลดการอักเสบ ระคายเคืองในบริเวณที่ต้องการทำเลเซอร์
  4. เริ่มทำการทำเลเซอร์กำจัดขน ซึ่งหัวมีระบบทำความเย็นพร้อมกับการทำเลเซอร์ไปควบคู่กันป้องกันอาการเจ็บหรือรู้สึกแสบร้อน
  5. เมื่อทำจนทั่วบริเวณแล้ว เช็ดเจลและทำความสะอาดผิว
  6. ทาเจลว่านหางจระเข้และครีมเพื่อเป็นการลดการอักเสบและระคายเคืองจากเลเซอร์

คำถามที่พบบ่อย

เลเซอร์กำจัดขนต้องทำกี่ครั้งจึงจะเห็นผล ?

เลเซอร์กำจัดขนทำไมต้องทำบ่อย และควรทำบ่อยแค่ไหน ?

การเตรียมตัวก่อนการกำจัดขนด้วยเลเซอร์

เมื่อตัดสินใจว่าจะทำเลเซอร์ไม่ควรถอนหรือแวกซ์ขนในช่วง 2-4 สัปห์ดาก่อนเลเซอร์ เพราะจะทำให้สูญเสียตัวดูดซับแสงเลเซอร์ที่รากขนและเส้นขนซึ่งเป็นเนื้อเยื่อเป้าหมาย นอกจากนี้หากต้องการกำจัดขนบริเวณนอกร่มผ้า ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสแสงแดดจัดเป็นระยะเวลานาน และ ไม่ควรใช้ยาหรือผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิว รวมถึงทำการลอกผิว ขัดผิว อย่างน้อย 1 สัปห์ดา ก่อนทำเลเซอร์กำจัดขน

การดูแลหลังเลเซอร์

หากมีอาการแสบร้อน บวมแดง ควรประคบด้วยเจลเย็นทันที หรืออาจทายาลดอาการบวมแดง

ข้อควรรู้

Reference
นัดหมายเข้ารับบริการได้แล้ววันนี้