รักษาสิว หลุมสิว ต้องตรงจุด

สิว รักษาได้ ด้วย Holistic Medicine


สิว = การอักเสบเรื้อรังของ pilosebaceous unit (หน่วยรูขุมขนและต่อมไขมัน)


สิว (Acne vulgaris) เป็นปัญหาด้านผิวพรรณเกิดขึ้นจากหลายปัจจัย เช่น พันธุกรรม ฮอร์โมน แบคทีเรีย การพักผ่อนน้อย อาหารบางชนิด ซึ่งเกี่ยวข้องกับ 4 สาเหตุหลักของการเกิดสิว ได้แก่

  1. การอุดตัน ของน้ำมันและเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วบริเวณรูขุมขน และ/หรือการอักเสบเรื้อรังของ pilosebaceous unit (รูขุมขนและต่อมไขมัน)
  2. การผลิตสารไขมัน (sebum) มากขึ้นกว่าปกติ
  3. การเพิ่มขึ้นของแบคทีเรียบางชนิดในรูขุมขน (Cutibacterium acnes)
  4. การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน โดยเฉพาะบทบาทของ แอนโดรเจนที่มากขึ้น

  สิวมีลักษณะที่แตกต่างกันออกไป ตั้งแต่ตุ่มเล็ก มีการอักเสบ บวมแดง จนถึงตุ่มใหญ่ ที่มีการอักเสบน้อย จนถึงอักเสบมาก เป็นหนอง กดเจ็บ ส่วนมากจะเกิดขึ้นบริเวณใบหน้า ลำคอ หน้าอก ไหล่ หรือหลัง การเกิดสิวพบมากในช่วงวัยรุ่น โดยเฉพาะเพศชายเนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน โดยสิวจะเป็นน้อยลง หรือหายไปในที่สุดเมื่อพ้นช่วงวัยรุ่น สิวสามารถแบ่งประเภทได้อีกหลายลักษณะตามวัยที่พบ หรือตามสาเหตุการเกิดสิว

ปัจจัยที่มีส่วนกระตุ้นให้เกิดสิว



ฮอร์โมน

ฮอร์โมนแอนโดรเจน เป็นฮอร์โมนที่เพิ่มขึ้นในช่วงวัยรุ่น ซึ่งส่งผลให้ต่อมไขมันมีขนาดใหญ่ขึ้นและผลิตสารไขมัน (sebum) ในปริมานที่มากขึ้น นอกจากนี้การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในช่วงตั้งครรภ์ ช่วงเป็นประจำเดือน รวมถึงการทานยาคุมกำเนิดก็ส่งผลกระตุ้นในการเกิดสิว

อาหาร

ข้อมูลงานวิจัยถึงผลของอาหารต่อสิวยังไม่แน่ชัด โดยพบว่าอาหารที่มีค่าดัชนีน้ำตาลสูง นมขาดมันเนย หรือ skim milk ช๊อคกอแลต กลูเตน อาหาร junk food ถั่วเหลือง อาจมีความกี่ยวข้องกับการเกิดสิว ปัจจัยอื่น เช่น ความเครียด การพักผ่อนน้อย อาจเป็นสาเหตุของการเกิดสิว ซึ่งกลไกยังไม่แน่ชัด เนื่องจากการตอบสนองแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ดังนั้นจึงควรพักผ่อนให้เพียงพอเพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดสิว

เครื่องสำอาง

แม้แต่ในเครื่องสำอางค์ราคาแพงก็อาจทำให้เกิดสิวได้ เช่นการแพ้ต่อสารบางอย่างที่เป็นส่วนประกอบในเครื่องสำอาง เช่น การแพ้น้ำมัน น้ำหอม และสารสกัดธรรมชาติบางชนิด ซึ่งจะหายจากสิวได้ เมื่อหยุดใช้เครื่องสำอางที่มีอาการแพ้

โดยแนวทางการเลือกใช้เครื่องสำอางค์ ได้แก่

  • ควรทำความสะอาดผิว ด้วยผลิตภัณฑืที่มีความอ่อนโยนต่อผิว
  • การเลือกใช้มอยเจอไรเซอร์ ควรเลือกผลิตภัณฑ์ประเภท non-comedogenic และ non-acnegenic product หรือผลิตภัณฑ์ที่ไม่กระตุ้นให้เกิดสิว และการอุดตัน
  • ในการเลือกผลิตภัณฑ์สำหรับผิวแพ้ง่าย ควรเลือกในรูปแบบครีมหรือโลชั่น สำหรับผิวมันควรเลือกในรูปแบบเจลที่เป็น Alcohol-base
  • หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องสำอางที่มีน้ำมันเป็นส่วนประกอบหลัก แป้งกันน้ำ รวมถึงแป้งอัดแข็ง
  • ควรเลือกใช้เครื่องสำอางประเภท water based, silicone based (เช่น cyclomethicone, dimethicone) และเลือกใช้เป็นแป้งฝุ่นแทน

แบคทีเรีย

ซึ่งอาจปนเปื้อนมากับโทรศัพท์ ซึ่งแบคทีเรียมาได้จากหลายแหล่ง รวมถึงคราบเครื่องสำอาง ไขมัน และสิ่งสกปรก บริเวณผิวหน้า ดังนั้นจึงควรเช็ดโทรศัพท์อย่างสม่ำเสมอ

สิวแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆคือ

  1. Non-inflamed lesions ชนิดไม่อักเสบ เป็นสิวที่เกิดจากการอุดตันของรูขุมขน หรือ comedone


    • Blackheads (สิวหัวดำ สิวเสี้ยน), Open comedones



    • Whiteheads (สิวหัวขาว), closed comedones

  2. Inflamed lesions ชนิดอักเสบ
    เช่น papules, pustules, nodule และ cyst ซึ่งเมื่อสิวหายจะเหลือร่องรอยได้หลายแบบ ได้แก่ รอยแดง รอยดำ หลุมแผลเป็น แผลเป็นนูน


    • สิวอักเสบมีหนอง papulopustules



    • สิวอักเสบที่มีสีเข้ม, Acne with reactive hyperpigmentation

รู้จักกับสิวประเภทต่างๆ



Black Head : สิวหัวดำ หรือ สิวอุดตันหัวเปิด

มีลักษณะนูนเล็ก มีหัวสิวที่เปิดออกเห็นเป็นจุดสีดำ เกิดจากน้ำมันที่อัดแน่นอยู่กับเซลล์ผิวเก่าทำปฏิกิริยาออกซิเดชั่น กับ ออกซิเจนในอากาศ

White Head : สิวหัวขาว หรือ สิวอุดตันหัวปิด

จะมีลักษณะเป็นใตก้อนเล็กๆ ที่หัวยังไม่เปิด เกิดจากสิวที่ดันผิวหนังจนนูน แต่บีบไม่ออก เนื่องจากรากสิวลึก ซึ่งไม่ควรปล่อยไว้นาน เพราะอาจกลายเป็นสิวอักเสบในภายหลัง

Papule : สิวที่มีลักษณะเป็นตุ่มนูนแดง

เป็นสิวอักเสบขนาดเล็กกว่า 5 mm เกิดจากแบคทีเรียใต้ผิวหนัง โดยเป็นสิวในระยะเริ่มต้นที่หากกดจะไม่รู้สึกเจ็บ ซึ่งเป็นสิวที่มีโอกาสกลายเป็นสิวขนาดใหญ่ขึ้น หากไม่ทำการรักษา

Pustules : สิวอักเสบที่มีลักษณะเป็นตุ่มหนอง

ซึ่งสามารถแบ่งได้เป็นตุ่มหนองชนิดตื้น และตุ่มหนองชนิดลึก เกิดจากการพัฒนาของสิว papule กลายเป็นสิวอักเสบ pustule หรือสิวหัวหนอง โดยจะมีลักษณะเป็นตุ่มสีแดง และมีหัวหนองสีเหลืองเล็กอยู่

Cystic : สิวอักเสบเป็นก้อนนูนขนาดใหญ่และรุนแรง

มีขนาดใหญ่มากกว่า 1 cm จะ โดยจะเป็นการรวมสิวอักเสบ nodule และ pustule โดยมีความนุ่ม ซึ่งบ่งชี้ว่า ภายในมีหนองปนเลือดเป็นส่วนประกอบ ดังนั้นเมื่อเป็นสิวชนิดนี้ ควรรักษาให้ดี เพื่อป้องกันรอยแผลเป็นขนาดใหญ่

Nodular : สิวที่มีลักษณะเป็นก้อนสีแดงขนาดที่ใหญ่ขึ้น

ซึ่งจะมีขนาดใหญ่มากกว่า 5 mm โดยภายนอกจะคล้ายตุ่ม จับแล้วเจ็บภายใน มักอักเสบเป็นเวลาหลายวัน บางครั้งอาจพบลักษณะเป็นหลายหัวสิวติดกัน ดังนั้นเมื่อเป็นสิวชนิดนี้ ควรรักษาให้ดี เพื่อป้องกันรอยแผลเป็นจากสิว

Hormonal : สิวฮอร์โมน

จะมีลักษณะเป็น Papules และ Cyst ที่มักเกิดรอบๆริมฝีปาก คาง และบริเวณขากรรไกร เกิดจากระดับของฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง ซึ่งเป็นสาเหตุให้ต่อมไขมันมีขนาดใหญ่และผลิตสารไขมันออกมามากขึ้นจนเกิดสิว

แนวทางการรักษาสิวแบบเสริม (Adjunctive therapy)


  1. การกดสิว
    สำหรับสิวอุดตัน ซึ่งควรทาครีมในกลุ่ม comedolytic อย่างน้อย 3-4 สัปห์ดา ก่อนกดสิวออก
  2. การฉีดยาใต้หัวสิว
    ซึ่งจะเหมาะกับสิวอักเสบชนิด papules และ nodules ซึ่งมีลักษณะเป็น cyst โดยฉีดกับตุ่มสิวอักเสบที่เกิดขึ้นไม่เกิน 2 สัปห์ดา เพื่อลดการอักเสบ และลดการเกิดแผลเป็น
  3. Deep peeling
    เช่น Salicylic acid: หรือ BHA ซึ่งละลายได้ดีในไขมัน จึงช่วยลดการอุดตันของสิว ความเข้มข้นที่มีจำหน่ายอยู่ที่ 0.5-2.0% เพื่อประสิทธิภาพที่ดีควรใช้ร่วมกับ resorcinol ซึ่งช่วยยับยั้งแบคทีเรีย และ sulfur ซึ่งช่วยลดการสร้างกรดไขมันอิสระ และช่วยผลัดเซลล์ผิว
  4. Cryotherapy
    เพื่อกระชับรูขุมขน และผลักสารอาหารผิวเพื่อลดการระคายเคืองและอักเสบ
  5. การทายารักษาสิว
    • เพื่อช่วยฆ่าเชื่อแบคทีเรียที่พบในรูขุมขน ต่อมไขมัน ซึ่ง P. acne เป็นตัวสำคัญออกฤทธิ์โดยปล่อยออกซิเจนอิสระออกมาเพื่อออกซิไดซ์โปรตีนของเชื้อแบคทีเรียทำให้จำนวนเชื้อลดลง นอกจากนี้ยังช่วยให้การสร้าง sebum ช้าลง ใช้รักษาสิวอักเสบและอาจมีฤทธิ์ comedolytic ช่วยในการสลายหัวสิว เป็นต้น
  6. Laser & Light Therapy
    เครื่องมือที่มีในปัจจุบัน เพื่อเสริมการรักษาสิว อาทิเช่น IPL, LEDs, Blue & Red light, RF และเลเซอร์ มาใช้เสริมในการรักษาสิวอักเสบ โดยสามารถช่วยลดการผลิตสารไขมัน (sebum) และฆ่าเชื้อ P. acne และช่วยลดการอักเสบเป็นต้น ซึ่งถือว่าเป็นทางเลือกที่มีประสิทธิภาพในการรักษาและไม่มีผลข้างเคียง

    กลไกการทำงานของ Acne Cure Light Low-Level Therapy ต่อสิว

      เมื่อแบคทีเรียต้นเหตุสิว ซึ่งเป็นต้นเหตุของการเกิดสิว โดยเฉพาะ P. acne ซึ่งก่อให้เกิดการอักเสบเรื้อรังของต่อมไขมัน และรูขุมขน จนเกิดสิวอักเสบตามมา แบคทีเรียนี้จะสร้างสารเคมีที่มีความไวต่อแสงที่เรียกว่า Porphyrins ซึ่งแสงในโหมด visible light ในช่วงความยาวคลื่นสีน้ำเงิน (405 nm) และสีแดง (630 nm) จะกระตุ้นปฏิกิริยาออกซิเดชันของสาร Porphyrins และส่งผลให้แบคทีเรียตายในที่สุด
      สำหรับการนำไปใช้ทางคลินิก จะมีการใช้แสงในหลายความยาวคลื่น หรือที่เรียกว่า Phototherapy และในบางเคสจะมีการใช้สารเคมีเพื่อเร่งปฏิกิริยาออกซิเดชัน โดยเรียกปฏิกิริยาของแสงและสารเคมีนั้นว่า Photodynamic Therapy หรือที่คุ้นหูกันว่า PDT ซึ่งจะนำไปใช้กับสิวอักเสบ Pustule, Cystic, Nodule, Papules จะตอบสนองได้ดีกว่าสิว Comedone ซึ่งเป็นสิวไม่อักเสบหัวขาวและหัวดำ ซึ่งจะตอบสนองได้ดีที่สุดกับกรดซาลิไซลิก


    กลไกการทำงานของ Acne Cure Light Low-Level Therapy มางด้าน Anti-aging

      ในการเลือกใช้เครื่องมือที่ใช้ความยาวคลื่นที่ได้รับการพิสูจน์แล้ว ว่าสามารถกระตุ้นการทำงานของเซลล์ไฟโบบลาสต์ จึงสามารถเพิ่มคอลลาเจนและอิลาสติน อีกทั้งยังมีความปลอดภัยสูง ประสิทธิภาพดี สะดวก ส่งผลให้ผิวสุขภาพดี อ่อนเยาว์ กระจ่างใส อย่างเป็นธรรมชาติ เป็นการดูแลสุขภาพผิวแบบ non-invasive ที่สามารถลดริ้วรอยเล็กๆ พร้อมคืนผิวเรียบเนียน

    กลไกการทำงานของ Acne Cure Light Low-Level Therapy มางด้าน Anti-agingกลไกการทำงานของ Near- Infrared light Therapy เพื่อลดอาการเจ็บปวด

      การศึกษาทางวิทยาศาสตร์ได้พิสูจน์แล้วถึงประสิทธิภาพของ Near Infrared light ว่าสามารถลงสู่ผิวช้ันลึก และเพิ่มการใหลเวียนของโลหิตในระบบ micro circulation ส่งผลในการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ ลดการอักเสบ และลดความเจ็บปวดของกล้ามเนื้อและข้อต่อได้ และด้วยความยาวคลื่นที่ลงลึก จำเพาะกับตัวรับ photoreceptor ภายในไมโทคอนเดรีย จึงส่งผลให้ขบวนการดังกล่าว เพิ่ม Adenosine triphosphate หรือ ATP เพิ่มพลังงานในระดับเซลล์ เกิดขบวนการฟื้นฟูภายในร่างกาย

การฉายแสงเหมาะกับใคร?


  • ผู้ที่มีปัญหาสิวอักเสบเรื้อรัง หรือสิวหายยากเนื่องจากภาวะดื้อยา
  • ผู้มีมีปัญหาผิวหมองคล้ำ
  • ผู้ที่มีปัญหารอยแดง
  • ผู้ที่ต้องการฝื้นฟูผิวพรรณให้อ่อนเยาว์
  • ผู้ที่มีรูขุมขนกว้าง รูขุมขนอักเสบ

ระยะเวลาในการเข้ารับการรักษา

  การฉายแสง Acne Cure Light Low-Level Therapy ใช้เวลาในแต่ละครั้งประมาน 20-30 นาที โดยควรทำสัปห์ดาละ 1-2 ครั้ง เป็นระยะเวลา 4 สัปห์ดาขึ้นไป โดยสามารถรับคำแนะนำกับผู้เชี่ยวชาญก่อนเข้ารับการรักษา เนื่องจากต้องประเมินจากสภาพผิว และระดับความรุนแรงของสิวอักเสบที่เป็นอยู่ ซึ่งผลการรักษาจะเห็นผลได้ดี หากผู้เข้ารับการรักษามีวินัย และความสม่ำเสมอ ซึ่งโดยส่วนใหญ่เมื่อเข้ารับการรักษาอย่างน้อย 3-4 สัปห์ดา จะพบว่า ความมันของผิวลดลง และปริมาณของสิวอักเสบน้อยลง รอยสิวจางลง รวมถึงผิวแข็งแรงสุขภาพดีขึ้น



ทำไมต้องรักษาสิวที่ BAC Clinic
  • เครื่องมือครบครัน ตอบโจทย์ในการรักษา
  • ราคาสมเหตุสมผล
  • แก้ปัญหาสิวครบวงจร ด้วย Holistic Medicine
  • ใช้สารสกัดเข้มข้นจากธรรมชาติที่ไม่ผ่านความร้อน โดยโรงงานมาตรฐาน GMP ของทางคลินิก
  • ออกแบบการรักษาในแต่ละบุคคล
  • รักษาด้วยความตั้งใจ ไม่เลี้ยงไข้
  • ปลอดภัยสูง ในผู้ที่ไม่ต้องการทานยาซึ่งมีผลข้างเคียงสูง
  • มีโปรแกรมการรักษาที่ตอบโจทย์หลากหลายโปรแกรม


โปรแกรมรักษาสิวของที่ BAC Clinic รักษาสิว โดยไม่ต้องทานยา


Acne Cure Light

โปรแกรมรักษาสิวอักเสบ สิวเรื้อรัง ดีขึ้นตั้งแต่ครั้งแรก


ครั้งละ 2,500 บาท
คอร์ส 5 ครั้ง 8,000 บาท
  1. กดสิวอุดตัน ป้องกันสิวอักเสบในอนาคต
    (จุดแรก100 บาท จุดต่อไป50 บาท ทั่วหน้า300 บาท)
  2. ฉีดสิวอักเสบ ป้องกันการเกิดรอยสิว หลุมสิว
    (จุดแรก100 บาท จุดต่อไป50 บาท ทั่วหน้า300 บาท)
  3. เมโสสิว ด้วยตัวยาช่วยลดการผลิตไขมันจากต่อมไขมัน ช่วยให้รูขุมขนกระชับ พร้อมลดการอักเสบ และรอยแดงสิว ลดการก่อตัวของแบคทีเรียที่ก่อสิว (ครั้งละ 1,500 บาท)
  4. มาร์ครักษาสิว สูตรเฉพาะ ช่วยฆ่าเชื้อสิว ลดการเกิดสิวใหม่ พร้อมจัดการสิ่งสกปรกตกค้างบนใบหน้า ช่วยลดความมัน ลดการอักเสบ ช่วยให้สิวยุบตัวเร็ว พร้อมช่วยลดรอยแดงจากการกดสิวใหม่ (ครั้งละ 300 บาท)
  5. ฉายแสง Acne Cure Light ระยะเวลาในการฉายแสง 20 นาที เพื่อฆ่าเชื้อสิว ซึ่งพิสูจน์แล้วว่าช่วยลดเชื้อ P. acne สาเหตุของการเกิดสิวอย่างได้ผล
    ซึ่งโดยปกติการรักษาด้วยวิธีนี้เหมาะกับคนไข้สิวทุกประเภท รวมถึงสิวดื้อยา และสิวอักเสบเรื้อรัง เนื่องจากไม่รบกวนหรือกระตุ้นผิวหน้าแต่อย่างใด (ครั้งละ 1,500 บาท /คอร์ส 5 ครั้ง 4,000 บาท)
  6. ผลักวิตามิน Vitaboost ด้วยความเย็น
    โดยวิตามินสูตร Vita-complex ส่วนผสมของ Hyaluronic และ ว่านหางจรเข้ จึงช่วยเติมความชุ่มชื้น เพิ่มพลังงานให้กับเซลล์ผิว พร้อมลดการอักเสบและระคายเคืองได้ตั้งแต่ครั้งแรก (ครั้งละ 500 บาท)


Sencibo Cellalar Detox

โปรแกรมฟื้นฟูผิวที่มีปัญหาให้กลับมาสมดุล สุขภาพแข็งแรงอีกครั้ง เหมาะกับผู้ที่เป็นสิวสเตียรอยด์ สิวผด ผิวแพ้งาย


ครั้งละ 3,500 บาท
คอร์ส 5 ครั้ง 12,000 บาท
  1. กดสิวอุดตัน ป้องกันสิวอักเสบในอนาคต
    (จุดแรก100 บาท จุดต่อไป50 บาท ทั่วหน้า300 บาท)
  2. ฉีดสิวอักเสบ ป้องกันการเกิดรอยสิว หลุมสิว
    (จุดแรก100 บาท จุดต่อไป50 บาท ทั่วหน้า300 บาท)
  3. เมโสสิว ด้วยตัวยาช่วยลดการผลิตไขมันจากต่อมไขมัน ช่วยให้รูขุมขนกระชับ พร้อมลดการอักเสบ และรอยแดงสิว ลดการก่อตัวของแบคทีเรียที่ก่อสิว (ครั้งละ 1,500 บาท)
  4. มาร์ครักษาสิว สูตรเฉพาะ ช่วยฆ่าเชื้อสิว ลดการเกิดสิวใหม่ พร้อมจัดการสิ่งสกปรกตกค้างบนใบหน้า ช่วยลดความมัน ลดการอักเสบ ช่วยให้สิวยุบตัวเร็ว พร้อมช่วยลดรอยแดงจากการกดสิวใหม่ (ครั้งละ 300 บาท)
  5. ฉายแสง Acne Cure Light ระยะเวลาในการฉายแสง 20 นาที เพื่อฆ่าเชื้อสิว ซึ่งพิสูจน์แล้วว่าช่วยลดเชื้อ P. acne สาเหตุของการเกิดสิวอย่างได้ผล
    ซึ่งโดยปกติการรักษาด้วยวิธีนี้เหมาะกับคนไข้สิวทุกประเภท รวมถึงสิวดื้อยา และสิวอักเสบเรื้อรัง เนื่องจากไม่รบกวนหรือกระตุ้นผิวหน้าแต่อย่างใด (ครั้งละ 1,500 บาท /คอร์ส 5 ครั้ง 4,000 บาท)
  6. MADE Collagen จากอิตาลี เติมวิตามิน 16 จุดทั่วใบหน้า
    เพื่อกำจัดสารที่เป็นพิษต่อเซลล์ เพิ่มการไหลเวียนและกระตุ้นการทำงานของเซลล์ผิวให้มีประสิทธิภาพ ช่วยให้เซลล์ผิวสะอาด ลดสารตกค้าง ปรับสมดุลภูมิคุ้มกันผิวหน้าให้แข็งแรงขึ้น และช่วยป้องกันสิวเกิดใหม่ในอนาคตอย่างได้ผล (ครั้งละ 2,500 บาท/คอร์ส 5 ครั้ง 9,000 บาท)

Pico Bright Radiant

โปรแกรมลดรอยแดง รอยดำ รอยหมองคล้ำ ด้วย Picosecond Laser และ วิตามิน

ข้อมูลเพิ่มเติม คลิก

Pico BB Smooth

รักษารอยแดง รอยดำ และหลุมสิวด้วย Picosecond Laser

ข้อมูลเพิ่มเติม คลิก

โปรแกรมรักษาหลุมสิวด้วย Gold Derma Laser


ข้อมูลเพิ่มเติม คลิก

GOLD DERMA LASER เหมาะกับใครบ้าง ?

ข้อดีของการทำ GOLD DERMA LASER
  1. เห็นผลเร็วใน 1 สัปห์ดา เห็นการเปลี่ยนแปลงในการรักษาเพียง 1 ครั้ง ควรทำการรักษาอย่างต่อเนื่องในทุก 1-3 เดือน 3-4 ครั้ง
  2. มีประสิทธิภาพสูง และ ปลอดภัย สามารถรักษาได้ในทุก Skin type ทุกสีผิวช่วยปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ ผลัดเซลล์ผิวใหม่ เพื่อผิวกระจ่างใสและเรียบเนียนยิ่งขึ้น (Uneven skin tone and texture)
  3. เห็นผลสูงสุดในการรักษาเพียง 3 สัปห์ดา และเกิด Cell regeneration ต่อเนื่อง 6 เดือน
  4. เจ็บน้อย down time สั้น
  5. ให้ผลดีมากในการรักษาหลุมสิว แก้ปัญหารูขุมขนกว้าง รวมถึงรักษารอยแตกลาย
  6. ลดริ้วรอยจากผิวที่แน่นกระชับขึ้น
  7. ช่วยให้ดูอ่อนเยาว์

ขั้นตอนการรักษา
  1. ใช้เวลาประมาณ 30-45 นาทีในการแปะยาชาบริเวณทำจะทำการรักษา
  2. ทำการรักษาด้วย 2 mode ในการรักษาคือ Gold matrix หรือ Gold Plate Microneedles ที่เปิดใช้ใหม่ในทุกครั้ง (Disposable tip matrix)
  3. ระหว่างทำการรักษาใช้เวลาประมาณ 20-30 นาที ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำการรักษา
  4. ที่ BAC Clinic มีการทำเมโส หลุมสิวกระชับรู้ขุมขน สะกิดผิวทั่วบริเวณ และฉีดบริเวณที่ต้องการดูแลเป็นพิเศษเช่นหลุมสิว เพื่อให้เกิดการซ่อมแซมผิวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
  5. ทายา มาร์คหน้า peptide และฉายแสง Lime light therapy เพื่อกระตุ้นคอลลาเจนลดอาการบวมแดง ลดความระคายเคืองผิว

อัตราค่ารักษา 5,900 บาท/ครั้ง

รักษาสิว รอยแดง รอยดำ รอยหลุมสิว ด้วยเครื่องมือทันสมัย และศาสตร์ Holistic Medicine ในราคาสมเหตุสมผล